Pasalao

Members Login
Post Info TOPIC: ທ່ານ ທັກສິນ ມາຫຼວງພະບາງແມ່ນແທ້ຫຼືບໍ່
Anonymous

Date:
RE: ທ່ານ ທັກສິນ ມາຫຼວງພະບາງແມ່ນແທ້ຫຼືບໍ່
Permalink Closed



ປາບພວກມົ້ວສຸມຢາເສບຕິດ
ວັນທີ 29 ກຸມພາ 2012 - ເວລາ 15:29:55 ສົ່ງຂ່າວນີ້ໃຫ້ເພື່ອນ ພິມຂ່າວນີ້ vientiane mai




ນັ່ງ​ຮ້ານ​ກາ­ເຟ ວັນ​ເສົາ-ອາ­ທິດ (25-26/2/2012) ຫາງ​ສຽງ​ຊົມ­ເຊີຍ​ເຈົ້າ​ໜ້າ­ທີ່​ຟົດ­ຟື້ນ ໂດຍ​ສະ­ເພາະ​ແມ່ນ​ເຈົ້າ​ໜ້າ­ທີ່​ປາບ​ຢາ​ເສບ​ຕິດ ... ບໍ່​ແມ່ນ​ແຕ່​ພວກ​ມົ້ວ​ສຸມ​ລະ­ດັບ​ໃຫຍ່​ທໍ່​ນັ້ນ ພວກ​ປາຍ​ແຖວ​ກໍ​ຖືກ​ຕິດ­ຕາມ ແລະ ກວດ​ລ້າງ ຄິດ​ວ່າ​ໃນ­ຕໍ່­ໜ້າ ຄວາມ​ສະ­ຫງົບ​ສຸກ​ຄົງ​ເກີດ​ຂຶ້ນ ໂດຍ​ສະ­ເພາະ​ປີ​ນີ້ ເປັນ​ປີ​ທີ່​ລາວ​ເຮົາ​ເປັນ​ເຈົ້າ­ພາບ​ກອງ​ປະ­ຊຸມ​ສາ­ກົນ.

ເວົ້າ​ເລື່ອງ​ການ​ແກ້​ໄຂ​ປະ­ກົດ​ການ​ຫຍໍ້­ທໍ້​ໃນ​ນະ­ຄອນ­ຫຼວງ​ເຮົາ​ນີ້ ກໍ​ມີ​ການ​ແກ້​ມາ​ເລື້ອຍໆ ແຕ່​ຕ້ອງ​ຍອມ­ຮັບ​ວ່າ​ມັນ​ແກ້​ຍາກ​ແທ້ໆ​ເນີ ! ສະ­ນັ້ນ ໝົດ​ທຸກ​ຄົນ​ໃນ​ສັງ­ຄົມ​ຕ້ອງ​ເປັນ​ເຈົ້າ​ການ ລົມ​ກັບ​ໝູ່​ເພື່ອນ​ຫຼາຍ​ຄົນ ກໍ​ມີ​ຫຼາຍ​ຄຳ​ເຫັນ​ແຕກ​ຕ່າງ​ກັນ ແຕ່​ກໍ​ມາ​ຕ້ອມ​ກັນ​ຢູ່​ໃນ​ບັນ­ຫາ​ລຸ່ມ​ນີ້:

1. ສະ​ຖາ​ບັນ​ຄອບ­ຄົວ​ຕ້ອງ​ເຂັ້ມ­ແຂງ ໂດຍ​ສະ­ເພາະ​ພໍ່ ແລະ ແມ່ ໃນ​ນັ້ນ ຜູ້­ຍິງ​ສຳ­ຄັນ​ທີ່​ສຸດ ເພາະ​ຜູ້­ຍິງ​ລາວ​ມີ​ບົດ­ບາດ​ໃນ​ຄອບ­ຄົວ​ເປັນ​ແມ່ ເປັນ​ຜູ້​ຮັບ­ຜິດ­ຊອບ​ຊີ­ວິດ​ການ​ເປັນ​ຢູ່ ເປັນ​ຜູ້​ເວົ້າ​ຈາ​ສັ່ງ­ສອນ ແນະ­ນຳ ມີ​ເຫດ​ມີ​ຜົນ ຫຼື ເວົ້າ​ແຈ້ງ­ວ່າ ຜູ້­ຍິງ​ລາວ​ເປັນ​ຜູ້​ມີ​ອິດ​ທິ​ພົນ​ທີ່​ສຸດ​ໃນ​ຄອບ­ຄົວ.

2. ການ­ຈັດ­ຕັ້ງ​ຂັ້ນ​ບ້ານ​ຕ້ອງ​ເດັດ­ຂາດ ບໍ່​ໄວ້­ໜ້າ​ຜູ້​ໃດ ຫາກ​ມີ​ການ​ກະ­ທຳ​ຜິດ​ລະ­ບຽບ​ກົດ­ໝາຍ ... ໃນ­ຕໍ່­ໜ້າ​ຄວນ​ພິ­ຈາ­ລະ­ນາ​ວ່າ ຄວນ​ມີ​ນາຍ­ບ້ານ​ອາ­ຊີບ​ຈາກ​ການ​ເລືອກ​ຕັ້ງ ຫຼື ແຕ່ງ­ຕັ້ງ.

3. ຊຸກ­ຍູ້​ໃຫ້​ແຕ່​ລະ​ໜ່ວຍ​ພາຍ​ໃນ​ບ້ານ ໃຫ້​ມີ​ການ­ເຄື່ອນ­ໄຫວ ສຳ​ຫຼວດ​ກວດ­ກາ ແລະ ຕິດ­ຕາມ​ການ­ເຄື່ອນ­ໄຫວ​ໃນ​ແຕ່​ລະ​ຄອບ­ຄົວ ທີ່​ເປັນ​ສະ­ມາ­ຊິກ​ຂອງ​ຕົນ.

4. ກອງ​ຫຼອນ ຫຼື ປກສ ປະ­ຈຳ​ກຸ່ມ​ບ້ານ​ຕ້ອງ​ເຂັ້ມ­ແຂງ ຕີ​ຕ້ານ​ອຳ­ນາດ​ທາງ​ການ​ເງິນ​ທີ່​ເຂົ້າ​ມາ​ຍຸ​ແຍ່​ຫວັງ​ທຳ­ລາຍ.

5. ການ­ຈັດ­ຕັ້ງ​ຂັ້ນ​ເມືອງ​ຕ້ອງ​ເດັດ­ຂາດ ລົງ​ກວດ­ກາ ແລະ ຊຸກ­ຍູ້​ການ​ແກ້​ໄຂ​ປະ­ກົດ​ການ​ຫຍໍ້­ທໍ້​ໃນ​ຂອບ​ເຂດ​ເມືອງ​ຂອງ​ຕົນ.

ເພິ່ນ​ວ່າ​ຫາກ​ປະ­ຕິ­ບັດ​ໄດ້​ຕາມ 5 ຂໍ້​ຂ້າງ​ເທິງ​ນັ້ນ ຈະ​ເຮັດ​ໃຫ້​ປະ­ກົດ​ການ​ຫຍໍ້­ທໍ້​ຫຼຸດ​ລົງ ... ໄປ​ພ້ອມ​ກັນ​ນັ້ນ ເພິ່ນ​ກໍ​ມີ​ບາງ​ຄຳ​ເຫັນ​ຝາກ​ມາ​ເບື້ອງ​ສື່​ມວນ​ຊົນ​ພວກ​ເຮົາ​ວ່າ: ຢາກ​ໃຫ້​ພິ­ຈາ­ລະ­ນາ​ຄືນ ການ​ລົງ​ໂຄ­ສະ­ນາ​ສິນ­ຄ້າ​ຕ່າງໆ ເພາະ​ມັນ​ຫຼໍ່​ແຫຼມ ສ້າງ​ໃຫ້​ສັງ­ຄົມ​ມີ­ຄ່າ​ນິ­ຍົມ​ນຳ​ວັດ­ຖຸ​ຈົນ​ເກີນ​ໄປ ວ່າ​ຊັ້ນ !.

ໃນ​ຖາ­ນະ​ຜູ້​ຮັບ­ຜິດ­ຊອບ​ຄໍ​ລຳ ແນວ​ລາວ ກໍ​ຂໍ​ຕາງ­ໜ້າ​ສື່​ມວນ​ຊົນ ຮັບ​ເອົາ​ຄຳ​ຕຳ​ນິ​ດັ່ງ­ກ່າວ.

ປີ­ຜ່ານ­ມາ (2011) ອີງ​ຕາມ​ບົດ​ສະ­ຫຼຸບ​ຈາກ​ກະ­ຊວງ​ປ້ອງ​ກັນ​ຄວາມ​ສະ­ຫງົບ ມີ​ຄະ­ດີ​ເກີດ​ຂຶ້ນ​ໃນ​ນະ­ຄອນ­ຫຼວງ​ວຽງ​ຈັນ​ທັງ​ໝົດ 2.558 ລາຍ ໃນ​ນັ້ນ ຄະ­ດີ​ອຸ­ປະ­ຕິ­ເຫດ​ເປັນ​ອັນ​ດັບ​ໜຶ່ງ​ຂອງ​ປະ­ເທດ ຄື​ມີ 2.063 ລາຍ.

ປະ­ກົດ​ການ​ຫຍໍ້­ທໍ້​ໃນ​ສັງ­ຄົມ​ທີ່​ພົ້ນ​ເດັນ ກໍ​ແມ່ນ​ບັນ­ດາ​ຢາ​ເສບ​ຕິດ​ທີ່​ມີ​ທ່າ​ແຜ່​ຂະ­ຫຍາຍ​ການ​ກໍ່​ອາດ­ຊະ­ຍາ​ກຳ ການ​ປຸ້ນ​ຈີ້​ຊີງ​ຊັບ ການ​ຄ້າ­ຂາຍ​ເຖື່ອນ ການ​ຄ້າ​ມະ­ນຸດ ການ​ຄ້າ​ໂສ­ເພ­ນີ ຄ້າ­ຂາຍ​ໄມ້​ຫວງ​ຫ້າມ ການ​ມົ້ວ​ສຸມ​ຂອງ​ໄວ​ໜຸ່ມ ບັນ­ຫາ​ແຮງ​ງານ​ຊາວ​ຕ່າງ­ປະ­ເທດ ເຂົ້າ​ມາ​ເຄື່ອນ​ໄຫວ​ບໍ່​ຖືກ­ຕ້ອງ ການ​ສໍ້​ລາດ​ບັງ​ຫຼວງ ແລະ ອຸ­ບັດ­ເຫດ​ເທິງ​ຖະ­ໜົນ​ເປັນ­ຕົ້ນ ສາ­ເຫດ​ທີ່​ພາ­ໃຫ້​ເກີດ​ປະ­ກົດ​ການ​ຫຍໍ້­ທໍ້​ດັ່ງ­ກ່າວ ມີ​ທັງ​ໃນ​ຕົວ ແລະ ນອກ​ຕົວ ແຕ່​ສາ­ເຫດ​ສຳ­ຄັນ​ຕົ້ນ­ຕໍ​ແມ່ນ​ຍ້ອນ​ຄວາມ​ຮັບ­ຜິດ­ຊອບ​ທາງ​ການ­ເມືອງ​ຂອງ​ ພະ­ນັກ­ງານ ທະ­ຫານ ຕຳ­ຫຼວດ ແລະ ປະ­ຊາ­ຊົນ​ພວກ​ເຮົາ​ບໍ່​ທັນ​ສູງ​ເທົ່າ​ທີ່​ຄວນ ການ​ຄຸ້ມ​ຄອງ​ລັດ ຄຸ້ມ​ຄອງ​ສັງ­ຄົມ ກໍ​ຄື​ການ​ປະ­ຕິ­ບັດ​ລະ­ບຽບ​ກົດ­ໝາຍ​ຍັງ​ບໍ່​ທັນ​ເຂັ້ມ​ງວດ ແລະ ມີ​ຜົນ​ສັກ­ສິດ ເວົ້າ​ໃຫ້​ເຂົ້າ­ໃຈ​ງ່າຍ​ແມ່ນ​ຍັງ​ລະ​ເຫຼີງ ບໍ່​ເອົາ­ໃຈ­ໃສ່​ແກ້​ໄຂ​ປະ­ກົດ​ການ​ຫຍໍ້­ທໍ້​ຢ່າງ​ຈິງ​ຈັງ ຊ້ຳ​ຮ້າຍ​ກ່ວ​າ​ນັ້ນ​ມີ​ບາງ​ບຸກ­ຄົນ​ຈຳ­ນວນ​ໜ້ອຍ ຍັງ​ຮ່ວມ​ໃນ​ປະ­ກົດ​ການ​ຫຍໍ້­ທໍ້​ອີກ​ຊ້ຳ ໂດຍ​ສະ­ເພາະ​ກໍ​ແມ່ນ​ການ​ມົ້ວ​ສຸມ​ໂສ­ເພ­ນີ ການ​ຄ້າ​ໄມ້​ຫວງ​ຫ້າມ ແລະ ການ​ສໍ້​ລາດ​ບັງ​ຫຼວງ ດັ່ງ​ຄຳ​ເວົ້າ​ທີ່​ວ່າ: ໄກ່​ເຫັນ​ຕີນ​ງູໆ​ເຫັນ​ນົມ​ໄກ່.


__________________
Anonymous

Date:
Permalink Closed

โฮ จิ มินห์ Ho Chi Minh!!!
โฮจิมินห์ คือนักปฏิวัติชาวเวียดนาม ซึ่งในภายหลังได้กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยเวียดนามเหนือ หลังจากสิ้นสุดของสงครามเวียดนาม ไซ่ง่อน เมืองหลวงเก่าของเวียดนามใต้ ได้ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็นโฮจิมินห์ซิตี เพื่อเป็นเกียรติแก่โฮจิมินห์ !
โฮจิมินห์ เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2433 ที่หมู่บ้านฮองตรู จังหวัดเงอัน ตอนบนของประเทศเข้ารับการศึกษาที่เมือง Hue พ.ศ. 2454 ได้ทำงานเป็นพ่อครัว อยู่บนเรือเดินสมุทร ของชาวฝรั่งเศส ประเทศซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมของเวียดนามในขณะนั้น ซึ่งทำให้เขาได้เดินทาง ไปยังดินแดนต่างๆมากมาย ทั้งอเมริกา, แอฟริกา, ยุโรป, และได้ศึกษาต่อที่ฝรั่งเศส เป็นสมาชิกร่วมก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2463 ต่อมาโฮก็ได้ย้ายจากฝรั่งเศสไปสหรัฐอเมริกาและอังกฤษตามลำดับ หลังจากนั้นโฮจิมินห์ได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน! ซึ่งเมื่อรัฐบาลก๊กมินตั๋งของเจียงไคเช็ค! เริ่มการปราบปรามคอมมิวนิสต์นั้น โฮจิมินห์ได้หลบหนีจากจีนมายัง จังหวัดนครพนม, ประเทศไทย!

ต่อมาในปี พ.ศ.2466 โฮ จิ มินห์ เดินทางไปยังกรุงมอสโคว เพื่อเรียนรู้ กลยุทธ์ในการปฏิวัติ! และในปี พ.ศ.2467 เขาเดินทางไปยังประเทศจีน เพื่อพบกับ Phan Boi Chau หนึ่งในผู้นำกลุ่มชาตินิยมเวียดนามในสมัยนั้น! ในขณะที่ อยู่ที่ประเทศจีน โฮ จิ มินห์ ได้เป็นผู้นำในการก่อตั้ง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งอินโดจีน!ขึ้น
เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มต้นขึ้น โฮ จิ มินห์ ได้พาคณะของเขาหลบไปอยู่ที่ ถ้ำ Pac Bo ทางเวียดนามตอนเหนือ และใช้ที่นั่นในการก่อตั้ง ขบวนการเวียด มินห์! องค์กรชาตินิยมคอมมิวนิสต์!!! เพื่อสะสมกำลังพล สำหรับการต่อสู้ เพื่อเรียกร้องอิสรภาพคืนจากฝรั่งเศส!
ในช่วงสงครามโลก โฮ จิ มินห์ และกลุ่มเวียดมินห์! ได้ร่วมมือกับฝ่ายพันธมิตร เข้าช่วยเหลือนักบินชาวอเมริกัน ที่เครื่องบินตก และต่อต้านปฏิบัติการทางทหารของญี่ปุ่น ที่ประเทศจีนตอนใต้ และเมื่อญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม ในปี พ.ศ.2488 กลุ่มเวียดมินห์ จึงถือโอกาสนี้ ประกาศอิสรภาพจากฝรั่งเศส! และแต่งตั้งให้ โฮ จิ มินห์ เป็นประธานาธิบดีเวียดนาม แต่ทางฝรั่งเศส ยังคงต้องการครอบครองดินแดนแห่งนี้อยู่! จึงไม่ยอมรับคำประกาศอิสรภาพดังกล่าว! พร้อมทั้งใช้กำลัง เข้ายึดเวียดนามตอนใต้ไว้! ส่งผลให้ในปลายปี พ.ศ.2489 สงครามระหว่างกลุ่มเวียดมินห์และฝรั่งเศสจึงอุบัติขึ้น!
8 ปีแห่งการนองเลือด เวียด มินห์ ได้รับความช่วยเหลือจากคอมมิวนิสต์จีน! ในขณะที่ฝรั่งเศสได้รับความช่วยเหลือ จากสหรัฐอเมริกา ในที่สุดเวียด มินห์ ก็รบชนะฝรั่งเศส! ในการต่อสู้ที่สมรภูมิ Dien Bien Phu ในปี พ.ศ.2497 ซึ่งตามมาด้วยข้อตกลง เจนีวา ว่าด้วยการแบ่งประเทศเวียดนาม ออกเป็นสองส่วนคือ เวียดนามเหนือ! และเวียดนามใต้! โฮ จิ มินห์ ได้ทุ่มเทความพยายามทั้งหมด ในการสร้างระบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ขึ้น!ที่เวียดนามเหนือ!
ต้นปี พ.ศ.2503 สงครามครั้งใหม่เกิดขึ้นที่เวียดนามใต้ เมื่อกลุ่มคอมมิวนิสต์ ได้ก่อการจลาจล เพื่อต่อต้านระบบการปกครองของสหรัฐฯ ในไซง่อน เมื่อสหรัฐฯ ได้แทรกแซงทางการทหาร โฮ จิมินห์ใช้กองกำลังทหาร เข้าต่อต้านอเมริกัน! ในช่วงระหว่างสงครามนั้น โฮ จิ มินท์เอง ยังคงให้อำนาจแก่ประชาชนของตนเอง แต่เนื่องด้วย สุขภาพที่ทรุดโทรม เขายอมรับกฎเกณฑ์ พิธีการที่คนอื่นทำมากขึ้นกว่าเดิม แต่ตัวเขาเองยังคงเป็นผู้ที่ทำการปฏิวัติ และยังเป็นสัญลักษณ์ ของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์คนหนึ่ง!
โฮ จิ มินห์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2512 ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ความตั้งใจของเขา ในการที่จะรวมเวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้เข้าด้วยกัน ภายใต้การปกครองแบบคอมมิวนิสต์!!! ก็ประสบความสำเร็จ โดย ไซง่อนSaigon เมืองหลวงของเวียดนามถูกเปลี่ยนชื่อเป็น โฮ จิ มินห์ ซิตี้ Ho Chi Minh Cityในปี 1975!!!AAHJP

__________________
Anonymous

Date:
Permalink Closed

ในการทำสงครามต่อสู้ญี่ปุ่นและรัฐบาลก๊กมินตั๋ง เหมาฯยึดหลักพิชัยสงครามของ ซุนวู ปราชญ์ นักรบจีนโบราณที่ว่า ต้องเอาชนะจิตใจประชาชน!ต้องเอาแหล่งที่มาของเสบียงอาหาร! และพิชิตป้อมปราการต่างๆ ให้จงได้โดยที่เหมาฯมีเหตุผลที่ว่า “ทหารเปรียบเสมือนปลา ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ ปลาถ้าขาดน้ำก็ตายฉันใด ทหารถ้าอยู่ห่างประชาชนก็ย่อมตาย ฉันนั้น ”!!! เหมา ฯ ได้เขียนหนังสือชื่อ “On the Protracted War” โดยเหมาฯ กล่าวว่า การระดม กำลังทางการเมืองหมายถึงการบอกให้ประชาชน และกองทัพทราบถึงวัตถุประสงค์ทางการเมืองในการทำสงครามนอกจากนั้นยังต้องวางกำหนด ขั้นตอนพร้อมทั้งจุดมุ่งหมาย ในการนำ ไปสู่วัตถุประสงค์อันนี้ไว้ให้ชัดเจนด้วย แนวความคิดของเหมาฯ ดังกล่าว ถือว่าเป็นรากฐาน ของการกำหนดยุทธศาสตร์สงครามปฏิวัติเพื่อยึดอำนาจรัฐด้วยมวลชนหรือ เรียกว่า “ สงคราม ประชาชน People’s War โดยมีหลักนิยมในการดำเนินการรวม ๓ ขั้นตอน คือ ปฏิวัติ! ประชาชาติ! ประชาธิปไตย!

ในการแย่งชิงอำนาจรัฐ จากรัฐบาลจะต้องใช้วิธีปลุกระดมมวลชน!ให้ลุกขึ้นต่อสู้!โดยเงื่อนไขประชาธิปไตย! และเงื่อนไขประชาชาติ! โดยรวมกำลังผู้รักชาติขับไล่จักรวรรดินิยมให้หมดไปจากแผ่นดิน! และใช้เงื่อนไขต่างๆ เช่น เงื่อนไขเศรษฐกิจ!เงื่อนไขความไม่เป็นธรรมในสังคม! เป็นเครื่องมือในการรุกทางการเมือง! เพื่อเตรียมมวลชนปฏิวัติ! ทำสงครามประชาชนด้วยกองกำลังติดอาวุธ! ตามกลยุทธ์ป่าล้อมเมืองทำการต่อสู้แบบยึดเยื้อยาวนานจนกว่าจะได้รับชัยชนะ!!! แบ่งยุทธวิธีออกเป็น ๓ ขั้นตอน=
ขั้นรับ ในขณะที่มีกำลังน้อยกว่ากำลังของเจ้าหน้าที่รัฐ! จะต้องดำเนินการแทรกซึมบ่อนทำลาย! และปลุกระดมทุกรูปแบบโดยดำเนินการทั้งในเมืองและชนบทเพื่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน!และข้าราชการ! โดยชี้ให้เห็นถึงความอ่อนแอและความล้มเหลวของรัฐบาล! สำหรับการสู้รบใช้แบบ จรยุทธ์ Mobile Warfare ซุ่มยิง! ซุ่มโจมตี! หรือยิงรบกวน!!!
ขั้นยัน ในขั้นตอนนี้ฝ่ายที่ทำสงครามปฏิวัติ จะพยายามทำลายเศรษฐกิจของชาติทุกวิถีทาง!!! และสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในสังคม!!! สำหรับในชนบทนั้นจะทำการสู้รบด้วยสงครามจรยุทธ์เป็นหลัก!!! ด้วยการต่อต้านกำลังป้องกันและปราบปรามฝ่ายรัฐบาลรวมทั้งเข้าครอบครอง พื้นที่ในชนบท! บางแห่งเพื่อประกาศเป็นเขตปลดปล่อย และฐานที่มั่น!!!
ขั้นรุก ขั้นนี้เป็นขั้นที่ฝ่ายปฏิวัติจะทำการรุก ทางทหาร!และดำเนินสงครามจิตวิทยา!!!อย่างกว้างขวาง การเปิดสงครามรบพุ่งจะเป็น การใช้กำลังรบตามแบบ Conventional Warfare เพื่อให้ได้ชัยชนะในขั้นแตกหัก! ยึดเมือง!และทำการปฏิวัติล้มล้างการปกครองและยึดอำนาจรัฐ และบีบบังคับให้รัฐบาลต้อง ยอมจำนนในที่สุด!!!

__________________
Anonymous

Date:
Permalink Closed

ลาวเตรียมการให้แก่ปีสามัคคี มิตรภาพลาว-เวียดนาม๒๐๑๒!!!

21 กุมภาพันธ์ 2555





ท่านจุมมะลี ไซยสร เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศลาว(ซ้าย)ให้การต้อนรับท่านTrương Tấn Sangประธานแห่งรัฐเวียดนาม เมื่อวันที่๙กุมภาพันธ์ปี๒๐๑๒ (Photo:TTX)
(VOVworld ) – หนังสือพิมพ์ปาชาชนของลาวฉบับวันที่๒๐กุมภาพันธ์ได้ตีพิมพ์คำสั่งของคณะ เลขาธิการกลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเกี่ยวกับการเตรียมการให้แก่ปีสามัคคี มิตรภาพลาว เวียดนาม๒๐๑๒โดยระบุว่า ปี๒๐๑๒จะมีการรำลึกครบรอบ๓๕ปีการลงนามสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือลาว เวียดนามซึ่งตรงกับวันที่๑๘กรกฎาคมและครบรอบ๕๐ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทาง การทูตลาว เวียดนามซึ่งตรงกับวันที่๕กันยายนดังนั้น กรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและพรรคประชาชนปฏิวัติลาวจึงถือเอา ปี๒๐๑๒เป็นปีสามัคคีมิตรภาพลาว เวียดนามเพื่อทบทวนเกียรติประวัติแห่งความสามัคคีพิเศษ!!! และความร่วมมือในทุกด้านระหว่างสองประเทศ! ปลูกฝังแนวความคิด! ความทรงจำของเจ้าหน้าที่สมาชิกพรรคและประชาชนโดยเฉพาะ เยาวชนของทั้งสองประเทศเกี่ยวกับเกียรติประวัติแห่งความสามัคคีและความร่วม มือช่วยเหลือกันในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประชาชาติ!!!และในการพิทักษ์และพัฒนา สองประเทศยืนหยัดส่งเสริมเกียรติประวัติของความสามัคคีมิตรภาพอันล้ำค่าใน สภาวการณ์ใหม่ต่อไป! อีกทั้งเรียกร้องให้กระทรวง หน่วยงาน สำนักงานส่วนกลางและท้องถิ่นต่างๆขยายการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยทาง สังคม! มีความระมัดระวังต่อคารมที่บิดเบือน! ใส่ร้ายป้ายสี!และแผนกุศโลบายบ่อนทำลายไมตรีจิตมิตรภาพและความสามัคคีพิเศษ ลาวเวียดนาม!!!


__________________
Anonymous

Date:
Permalink Closed

http://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=237311519688773&id=166200246799901#!/profile.php?id=100001263301389

Anourack Phiphaksaหนังสืออีศาน
แม่หญิงลาว...เธอผู้น่าสงสาร !!!
เด็กสาววัยไม่ถึง 15 ปีนั่งเหม่อลอยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ เธอใจลอยได้ไม่นาน เจ้านายร่างใหญ่ก็เดินออกมากระชากผมแล้วลากเธอเข้าไปในบ้าน

หลายครั้งที่สงสัยว่าเธอเป็นใคร ทำไมถึงต้องตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้...

หลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวหนังสือพิมพ์ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้า หน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เข้าไปช่วยเหลือ เด็กหญิงชาวลาว 19 คน ที่ถูกทารุณกรรมจากการเข้ามาใช้แรงงานในเมืองไทย

หนึ่งในนั้นคือสาวน้อยวัยเพียง 14 ที่เราเคยเห็น...

แม่หญิงลาววัยละอ่อนกับเพื่อนอีก 18 คน ที่หลุดพ้นออกมาจากนรกแรงงาน เข้ามารับการรักษา บำบัด ฟื้นฟูจิตใจที่สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ จังหวัดนนทบุรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

วันที่เข้าไปคุยกับเธอ เธอยังคงมีแววตาที่หวาดกลัว ร่างกายก็ยังไม่หายบอบช้ำ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์เข้าเยี่ยมเด็กหญิงชาวลาวที่ถูกทารุณกรรมจากการเข้ามาใช้แรงงานในเมืองไทย

จันดี แม่หญิงลาว ใบหน้านวลงาม เล่าว่า นายหน้าชาวลาวติดต่อให้มาทำงานที่เมืองไทย เพราะเห็นว่าประเทศไทยมีงานให้ทำเยอะ เงินดีกว่าเมืองลาว จึงมาเมืองไทยด้วยหัวใจพองโต แม้จะต้องเสียค่านายหน้าเกือบ 5,000 บาท ก็ตาม

"นายหน้าชาวลาวมาส่งที่เมืองไทยและนายจ้างเป็นคนไทยมารับ ไปอยู่ด้วย เขาให้ร้อยมาลัย ทำงานตั้งแต่ตีห้าถึงสองทุ่ม ทำทุกวันไม่มีวันหยุด ยิ่งถ้าเป็นวันพระต้องตื่นมาร้อยมาลัยตั้งแต่ตีสี่ บางวันไม่สบายลุกขึ้นมาทำงานไม่ไหว นายจ้างก็จะมาถึงที่นอนเลย มาทุบจนต้องตื่นลุกออกจากที่นอน"

เพราะต้องนั่งร้อยพวงมาลัยทุกวัน มือของเธอจึงเต็มไปด้วยรูที่เกิดจากเข็มร้อยมาลัย

"หนูทำงานไม่ได้ค่าแรงเลย นายจ้างบอกว่าจะส่งไปให้ทางบ้านที่แขวงสะหวันนะเขตเอง นายไม่ให้มีเงินติดตัวเลยแม้แต่บาทเดียว บางวันได้กิน 2 มื้อ บางวันก็ได้กินมื้อเดียว ข้าวที่กินก็เป็นข้าวเปล่าๆ บางวันก็เหมือนจะเสีย แต่หิวก็ต้องกิน" เธอเล่าด้วยความอัดอั้น

ข้างๆ จันดี แม่หญิงลาวอีกคน นางสาววัย 18 เส้นทางชีวิตของนางดูไม่ต่างจากจันดีสักเท่าไร เธอเล่าว่า ครอบครัวของเธอยากจนมาก เมื่อมีโอกาสจะได้ทำงานเธอจึงไม่คิดมาก นางตัดสินใจมาเมืองไทย

"มาทำงานร้อยมาลัยเหมือนกัน มาตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2551 นายหน้าชาวลาวบอกว่าจะหางานที่เงินเดือนดีๆ ให้ โดยเสียค่านายหน้า 4,500 บาท แล้วก็มีคนไทยมารับไปทำงานร้อยพวงมาลัยขาย นายจ้างให้ทำงานตั้งแต่เวลา 05.00-18.00 น. ไม่มีวันหยุด เพื่อนลาวบางคนถูกบังคับให้ออกไปขายพวงมาลัยด้วย มือและนิ้วของหนูถูกน้ำยาที่แช่ดอกไม้กัดจนเป็นแผลเปื่อย แต่นายจ้างไม่ให้ไปหาหมอ"

"ส่วนเรื่องกิน จะได้กินไม่ครบทุกมื้อ ส่วนใหญ่นายจ้างจะไปขอข้าวจากวัดมาให้กิน ค่าแรงจะได้ประมาณเดือนละ 3,000 บาท แต่นายจ้างจะหักเป็นค่ากิน ค่าที่พัก ส่วนที่เหลือนายจ้างบอกว่าจะส่งให้กับพ่อแม่ที่ลาว ทุกคนที่ทำงานส่วนใหญ่เป็นเด็กลาว พวกเราทั้งกลัวและเสียใจอยากกลับบ้านมาก" เธอระบายความทุกข์ !
นี่เป็นเพียงตัวอย่างของแม่หญิงลาวที่ระหกระเหินมาตกนรกแรงงานในไทย!!!
.............................
.............................
เยาวเรศ ดีคง(ຊື່ຄົນລາວໃນ facebook) ที่อุบลฯ บางบ้านเอาเด็กลาวช่วยงานขายของกลางวัน กลางคืนนายจ้างก็ข่มขืนเด็กเพื่อเอาเป็นเมียน้อย บางคนโชคร้ายอีกคือโดนหนุ่มไทยลากไปลงแขกข่มขืนในรั้วบ้านของ สส.แท้ๆๆ แล้วรุ่งขึ้นก็โดนเจ้านายส่งกลับประเทศ

ໂຄດແມ່ມືງພວກໂຈນ ຄມນ ຜດກ ປົ້ນຊາດລາວແດງ ສີ່ງນີ້ມັນເກີດຂື້ນໃນຍຸກພວກມືງເດິ
ພາສາລາວເອົາລະບອບຂອງຜັວອີ່ຫ່າທອງຫວິນ ພໍ່ບັກໄຊສົມສົມພອນ ນາຍພົນໂທ ສັນຍາລັກ(ບໍ່ຮອດ40ປິເດິ) ບັກສັນຕີພາບ ບັກວົງສວັດ ມາເຜົາດ້ວຍ ປິ 1911 ທີ່ເອິຣົບ ປຊຊໄດ້ໄຊຊນະມາແລ້ວ

__________________
Anonymous

Date:
Permalink Closed

ສປປລ ຖືກ ໂລກ ຝັກ ທີ່ ອົງການ ສຫປຊຊ ກ່ຽວກັບສີດທີມູນຸດ ທ້າຍເດືອນຜ່ານມາ
ເອົາແມ້ວກັບແກວຫ້ນາແຫ້ລແຂ້ວດຳມາຂາຍຫ້ນາ ໃນວົງການເມືອງເວທີໂລກ ຈົນໄດ້ແທ້ໆເດິ

http://www2.ohchr.org/english/bodies/cerd/cerds80.

http://www.youtube.com/watch?v=-tICA1wXMw4&feature=player_embedded#!


__________________
Anonymous

Date:
Permalink Closed

ຂ່າວມື້ນີ້ ທິ່ 06.03.12

http://tiny.cc/serixonlao

... 14 ລູກຫລານນັກປະຕິວັດໂຈນລາວແດງ ໃນວົງການຣັຖບານບັກທອງສີງ

... ຊາວພະມ້າບໍ່ພໍໄຈກັບການມາຢ່າງຫລວງຫລາຍຂອງຊາວຈີນ ໃນ ປທ ເຂົາ


... ຂ່າວຈາກສຳນັກງານໂຈນປູ້ນຊາດລາວແດງ

ແລະຢ່າລືມພີ່ນ້ອງ ມື້ນີ້ ທີ່ 07.03.12 ຈະະມີການເຜົາບັກຍົງ ຈັນທະລັງສີ ບັກແກວຫ້ນາແຫລ້ແຂ້ວດຳ ໃນກອງ ປະຊູມນານາຊາດ ທີ່ເຊິແນວ ມັນດ່າວ່າ ລາວນອກ ປທ ເປັນຄົນບໍ່ດິ ແລະ ຍັງຈະເຜິຍໂສມຫ້ນາ ຫັວຫ້ນາຕັວຈິງບັກພະສະຫັວດວີນັຍທອນ ພະໂຈນລາວແດງ ທີ່ວັດSaint Leu La Foêt Paris ວ່າແມ່ນ ແມ່ນໃຜ ????ຢ່າາລືມເຂົ້າມາຟັງເດິພີ່ນ້ອງວີທຍຸແຫ່ງດຽວຂອງໂລກແທ້ໆ ຂໍບອກວ່າຄັກ ແລະ ຄັກແທ້ໆ ວີທຍຸສຽງເສຣຣີຊົນ ທີ່ເອີຣົບ

ພວກລາວແດງຂີ້ຄ້ານກ່ວາໝາ

ວຽກບໍ່ຫາ ນາບໍ່ເຮັດ ຊອກຂໍທານເງິນຊ່ອຍເຫລືອລ້າ

ຄວນເອົາເງິນທີ່ຊ່ອຍເຫລືອລ້ານັ້ນ

ແບ່ງປັນໃຫ້ປະຊາຊົນຊາວນາກັມມະກອນ

เຫັນແຕ່ລູກສາວຣັຖມົນຫີ

ເອົາເງິນໂດລ້າ ຍັດຫີມັນ

Nepotism ລະບອບເຄືອຍາດເຕັມອັດຕຣາລູກຫລານນັກປະຕິວັດໂຈນ ໃນວົງການຣັຖລານບັກທອງສີງ ນຍ ປໍສາມ ......
ມີໃຜ ?? ມີໃຜ??
ຟັງວີທຍຸສຽງເສຣີຊົນຍັງຊີໄດ້ຮູ້ຄວາມຈິງຕື່ມເດີລູກຫລານ

ສຸພານຸວົງ( ດວງສຫວັດ ແລະ ສຸພາໄຊ)

ໄກສອນ (ລູກຊາຍກົກ ບັກຜິຫ່າ ອິ້ຫ່າຫິຄຽວທອງຫວີນ ໄຊສົມພອນ ພົມວີຫີ ຮອງ ປະທານສະພາ ບັກ ນາຍພົນຕຣີ (ອາຍຸບໍ່ຮອດ40ປິເດີ) ສັນຍາລັກ ຄຶໂຄດພໍ່ມັນ ບັກສັນຕິພາບ ແລະ... ອິກຄົນ ເຄີຍເປັນທູດໄຫ່ຍທີ່ໂມສກູ ບັກວົງສຫວັນ)

ຕະກຸນເຈັກຂາຍຊາດຈາກ ປາກເຊ ກິນີມພົນເສນາ (ອິ່ ເຂັມແພງ ອິ່ເຂັມມະນີ ບັກສົມຫມາດ ບັກຄຳລຽນແລະບັກ ພອນເທບ ສສ ປາກເຊ)

ຄຳໄຕ ສີພັນດອນ (ອີ່ວຽງທອງ)

ພູມີວົງວີຈິດ : (ບັກ ດຣ ສດ ເອກສຫ່ວາງ )

ສີສຫວາດແກ້ວບູນພັນ( ອີ່ ອິນລາວັນ)

ສຫມານວີຍະເກດ( ນາມ)

ລູກຫລານຂອງພວກຕະກຸນບຸຜາ(ຕະກຸນຫມາຊາດຊັ່ວຈາກ ຫລວງພະບາງ ຄຳເພັງ ຄຳແພງ ຄຳອ້ວນ ບຸຜາ) ບັກພົງສຫວັນ ແລະອິ່ບຸນຍົງ ບຸຜາ ສສ ວຽງຈັນ +ອະທີການບໍດິມະຫາລັຍ ແພດສາດສີສະຫວ່າງວົງ


__________________
Anonymous

Date:
Permalink Closed

ໂຊກຣ້າຍຂອງຄົນລາວແທ້ໆເວິຍ
ທີ່ມີຜູ້ນຳຊາດຊັ່ວໄຮ້ການສືກສາຢ່າງນີ້
ຍຸກ ສັຕວັດ ທີ່ 21ແລ້ວ ເດິ ລູງ
นายจูมมาลี ไซยะสอน ປໍສາມ


นายบุนยัง วอละจิด ຮອງ ປທ ນັກບວດ ໂຮງຮຽນບໍ່ເຂົ້າ


นายทองสิง ทำมะวง ປໍ ສີ່
ແລະ ບັກສຸກັນມະຫາຣາຊ ປໍສອງ ນັ່ງເປັນເຈົ້າຄອງກຳແພງ ວຈ ຖ້າເດິ ຫລານ


1. นายอาซาง ลาวลี รองนายกรัฐมนตรี
... กรรมการกรมการเมืองศูนย์กลางพรรค
2. ดร. ทองลุน สีสุลิด รองนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
3. พลโท ดวงใจ พิจิด รองนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ
4. นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรี


นายพงสะหวัด บุบผา รัฐมนตรีหัวหน้าสำนักงานประธานประเทศ


1. ดร.สินละวง คุดไพทูน รัฐมนตรีหัวหน้าห้องว่าการรัฐบาล
2. นางบุนเพ็ง มูนโพไช รัฐมนตรีประจำห้องว่าการรัฐบาล
3. นายบุนเฮือง ดวงพะจัน รัฐมนตรีประจำห้องว่าการรัฐบาล
4. ศ.ดร.บุนเตียม พิดสะไหม รัฐมนตรีประจำห้องว่าการรัฐบาล
5. ดร.ดวงสะหวัด สุพานุวง รัฐมนตรีประจำห้องว่าการรัฐบาล
6. นางเข็มแพง พลเสนา รัฐมนตรีประจำห้องว่าการรัฐบาล


1. ดร.ทองลุน สีสุลิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
2. นายบุนเกิด สังสมสัก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
3. นางสูนทอน ไซยะจัก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
4. นายอาลุนแก้ว กิติคุน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ


1. นายทองบัน แสงอาพอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันความสงบ
2. พล.จ.สินทะวง ไซยะกอน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงป้องกันความสงบ

3. พล.จ. กงทอง พงวิจิด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงป้องกันความสงบ


1. พลโท ดวงใจ พิจิต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ
2. พลตรี แสงนวน ไซยะลาด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงป้องกันประเทศและหัวหน้ากรมใหญ่การเมืองกองทัพ
3. พล.จ.จันสะหมอน จันยาลาด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ
4. พล.จ.สันยาฮัก พมวิหาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ


1. นางอ่อนจัน ทำมะวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
2. นายเลาลี ไฟเพงยัว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
3. นายบุนคง หล้าสุกัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม


1. นายพูเพ็ด คำพูนวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเงิน
2. นางเวียงทอง สีพันดอน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการเงิน
3. นายสันติพาบ พมวิหาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการเงิน
4. ดร. คำพัน คุนบอลิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการเงิน


1. ศ.ดร.บ่อแสงคำ วงดาลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแถลงข่าวและวัฒนธรรม
2. นายบัวเงิน ซาพูวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแถลงข่าวและวัฒนธรรม
3. นายสะหวันคอน ราซะมูนตี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแถลงข่าวและวัฒนธรรม


1. นายจะเลิน เยียปาวเฮอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
2. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม
3. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม


1. นายสมดี ดวงดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแผนการและการลงทุน
2. นายทองมี พมวิไซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแผนการและการลงทุน
3. ดร.บุนทะวี สีสุพันทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแผนการและการลงทุน
4. นายสมจิด อินทะมิด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแผนการและการลงทุน

5. ดร. คำเลียน พลเสนา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแผนการและการลงทุน


1. ศ.ดร.เอกสะหว่าง วงวิจิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
2. ดร.บุนกว้าง พิจิด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
3. ดร.อินลาวัน แก้วบุนพัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
4. รศ.ดร.บุนคง สีหะวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
5. รศ.ดร.สม-อก กิ่งสะดา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข


1. ดร.พันคำ วิพาวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา
2. นางแสงเดือน หล้าจันทะบูน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา
3. นายลีตู้ บัวเปา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา
4. นายบัวลาน สิลิปันยา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา


1. นายนาม วิยาเกด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า
2. นายเสียวสะหวาด สะแหวงสึกสา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า
3. นางเข็มมะนี พลเสนา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า


1. นายสุลิวง ดาราวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่
2. นายสมบูน ราซะสมบัด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่
3. นายคำมะนี อินทิราด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่
4. นายวีระพน วีระวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่
5. ดร.สุพะไซ สุพานุวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่


1. นายสมมาด พลเสนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง
2. นายบุนจัน สินทะวง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง
3. นายลัดตะนะมะนี คุนนิวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง


1. นายวิไลวัน พมเข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้
2. ดร.ตี พมมะสัก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้
3. ดร.เพ็ด พมพิพัก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้
4. ดร.คำผาด สุรินพูมี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้
5. ดร.พวงปาริสัก ประวงเวียงคำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้




กระทรวงภายใน

1. นายคำปาน พิลาวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงภายใน
2. นายคำมูน วิพงไซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงภายใน
3. นายทองจัน มะนีไซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงภายใน

กระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคมและการสื่อสาร
1. นายเหียม พมมะจัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคมและการสื่อสาร
2. นายสีทง ทองแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคมและการสื่อสาร
3. นายทันสะไหม กมมะสิด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคมและการสื่อสาร

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

1. นายบ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

1. นายนูลิน สินบันดิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


1. นายสมพาว ไพสิด ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติลาว
2. นายบุนสม สมมาลาวง รองผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป.ลาว
3. รองผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป.ลาว


1. นายคำพัน สิดทิดำพา ประธานศาลประชาชนสูงสุด
2. นายสมบูน สินทิกุมมาน รองประธาน
3. นายคำพา แสงดารา รองประธาน
4. พ.อ.ประเสิด สุขะเสิม รองประธาน และหัวหน้าศาลทหารขั้นสูง


นายคำสาน สุวง อัยการประชาชนสูงสุด

__________________
Anonymous

Date:
Permalink Closed

http://www.facebook.co/#!/anourack.phiphaksa

ຮຽນທ່ານ ອາດ.....

ທ່ານ ມີຄວາມພາກພຽນ ອົດສາ ບັລຍາຍ ທິສດີ ນໍ້າເຕົ້າເປົ່າ ຂອງພວກໂຈນປຸ້ນຊາຕໂຕເອງໄດ້ດີ....
ບໍ່ມີປະເທດໃດແລ້ວ ທີ່ຈະມາເສັຽເວລາ ໂຕ້ຕອບ ຄວາມໂອຫັງ ອວດເກັ່ງ ຂອງພວກຂີ້ຂ້າແກວພວກ
ນີ້ ເພາະ ພວກປະເທດອື່ນ ໃຜໆ ກໍ່ຮູ້ເຕັມຕົວແລ້ວ ວ່າ ເປົ່າປີ່ໃສ່ຫູຄວາຍ....ໂດຍສະເພາະ ທົ່ວໂລກ ໃຜໆ
ກໍເຫັນຢູ່ແລ້ວ ວ່າ ແກວ ຊຶ້ງເປັນນາຍເໜືອຫົວ ສປປລ ໄດ້ຢູ່ກ້ອງຂີ້ແຮ້ ອມຣກ ແຕ່ດົນແລ້ວ....

ຍັງມີແຕ່ ຄົນລາວຕ່າງຊາຕ ນີ້ແລ້ວ ທີ່ມອງເຫັນ ຄວາມຫາຍະນະຂອງ ປະເທດ ແລະ ປຊຊ ລາວ ກໍາລັງ
ຄືບຄານເຂົ້າໄກ້ເຕັມທີແລ້ວ......ກົລໃກ ການປົກຄອງຂອງ ພັກ ປຊຊ ລາວ ໝົດຫົນທາງທີ່ຈະເຄື້ອນໄປ
ໄດ້ ຕາມຄວາມໂອຫັງຂອງເຂົາໂດຍສິ້ນເຊີງ......ຕ່າງປະເທດ ເຂົາເຈົ້າບໍ່ສົນໃຈດອກ ນອກຈາກຈະສວຍ
ໂອກາດ ຍາດເອົາສິ່ງທີ່ເຂົາຢາກໄດ້ ໃນເວລາທີ່ ຄົນລາວພາຍໃນ( ພັກລັດ) ກໍາລັງງົງງັນຢູ່ ກ່ອນທີ່ຈະມີຄົນ
ສລາດ ມີຄວາມຮັກຊາຕ ຈາກຕ່າງປະເທດເຂົ້າໄປ ສະກັດກັ້ນທຸກສິ່ງຢ່າງໃນຕໍ່ໄປ.....ພັກລັດ ກໍາລັງຕາບອດ
ຍ້ອນມາເຫັນຊັພສົມບັດຂອງປະເທດ ທີ່ເຂົາຖືກຕ່າງປະເທດຫລອກ ເອົາສ່ວນແບ່ງໃຫ້ແຕ່ນ້ອຍດຽວ
ທີ່ເຂົາບໍ່ເຄີຍໄດ້ ມາສ້າງຮັ່ງຄູນມີໃຫ້ແກ່ຄອບຄົວ ຢ່າງບໍ່ໄດ້ອອກແຮງ ຄືຕອນລີ້ຢູ່ໃນຖໍ້າ.......

ເຊື່ອແນ່ວ່າ ການຕໍ່ສູ້ຂອງພວກລາວນອກ ຕ້ອງບັນລຸເຖິງເປົ້າໝາຍ ໃນເວລາອັນໃກ້ນີ້......


From: Ath Dhatpa
To: Laosnetwork
Sent: Tuesday, March 6, 2012 5:47 AM
Subject: 157​) ລາວ​ກໍາລັງ​ປະ​ເຊີນໜ້າກັບ​ສະພາວະ​ເງິນ​ເຟີ້​ ໃນອັດຕາ​ທີ່​ສູງຂອງກຸ່ມ​ປະເທດອາຊຽນ ອາດເຖິງ 10%



ສະບາຍດີທ່ານທັງຫລາຍ


ຍາມໃດລາວກໍປະກາດຈະລົບລ້າງຄວາມທຸກຍາກ ໃຫ້ໄດ້ໃນປີ 2015 ໂດຍພື້ນຖານ ແຕ່ພາກຕົວຈິງ ຕາມບ້ານ
ນອກ ຂອກຄາເມ ຣັຖບານ ຍັງບໍ່ໄດ້ລົງໄປຈັດແຈງ ຊ່ວຍເຫລືອ ແກ້ໄຂຫັຽງໄດ້ ຈັກດີ້ ໃນຈຳນວນ ຫລາຍພັນກວ່າບ້ານ
ຍັງ ບໍ່ທັນມີ ໂຮງຮຽນ ແລະ ໂຮງຫມໍ ການຄົມນາຄົມຍັງ ບໍ່ມີການແກ້ໄຂ ບາງບ້ານ ຕໍ່ບ້ານ, ຕາແສງ ຕໍ່ຕາແສງ
ຍັງໄດ້ຍ່າງເອົາ ຫລື ຂີ່ມ້າ ຫລື ຂີ່ກຽນ ເພາະ ທາງຣົດບໍ່ມີ.


ລາຍໄດ້ຂອງຊາວບ້ານນອກ ບ້ານປ່າ ພູເຂົາ ເກືອບ ຈະບໍ່ມີເລີຍ ດັ່ງນັ້ນການ ເວົ້າຈາ ໃຫ້ຄຳຫມັ້ນສັນຍາຕໍ່ສະຫະປະຊາຊາດ ກໍເປັນພຽງ ຄຳເວົ້າຫລອກລວງຕໍ່ຊາວໂລກ ແລະ ຜົນສຸດທ້າຍກໍອອກປາກວ່າບໍ່ມີທຶນ ນີ້ເປັນທິສດີນ້ຳເຕົ້າເປົ່າ.


ຣັຖບານລາວຜະເດັດການ ບໍ່ເຄີຍມີການປາບປາມການສໍ້ຣາຊບັງຫລວງ ການເກັບພາສີນຳບໍຣິສັດຂອງ ຄອບຄົວ ພັກ
ແລະ ຣັຖ ເກືອບບໍ່ມີເລີຍ. ຊັພຍາກອນທັມຊາດເລິ່ມ ລົດນ້ອຍຖອຍລົງ ອັດຕາຄ່າສັມປະທານ ແລະ ແບ່ງຜົນກຳໄລ ກໍເກືອບ ບໍ່ມີເລີຍ ເພາະ ພັກ ຣັຖ ເອົາໄປປັນກັນກ່ອນ ເອົາມາເຂົ້າ ເປັນຣາຍໄດ້ຂອງຊາດ.


ອັດຕາເງິນເຟີ້ໂດຍ ສະເລ່ຍຂອງລາວ ອາດ ຈະເຖິງ 10% ແລະ ລາວ ກໍ​ເປັນປະ​ເທດ ໜຶ່ງທີ່​ກໍາລັງ​ປະ​ເຊີນໜ້າກັບ​
ສະພາວະ​ເງິນ​ເຟີ້​ ໃນອັດຕາ​ທີ່​ສູງ ເມື່ອ​ທຽບກັບປະ​ເທດສະມາຊິກ​ໃນ​ກຸ່ມ​ອາຊຽນ ດ້ວຍ​ກັນ ​ໂດຍ​ເປັນ​ຮອງ​​ແຕ່
ພຽງ​ຫວຽດນາມ ​ປະ​ເທດ​ດຽວ ​ເທົ່າ​ນັ້ນ.


ໃນດ້ານຊີວິດການ ເປັນຢູ່ຂອງປະຊາຊົນໃນເຂດຕົວເມືອງກັບເຂດຊົນນະບົດນັ້ນ ເກີດບັນຫາແຕກໂຕນກັນຫຼາຍຂຶ້ນ
ການປະຕິບັດແຜນການພັດທະນາເສດຖະກິດ ແລະສັງຄົມ ໃນເຂດຊົນນະບົດ ບໍ່ໄດ້ຮັບການເອົາໃຈໃສ່ເທົ່າທີ່ຄວນ.


ມິຕພາບ
ອາຕ


-
Sent: Tuesday, 6 March 2012 8:56 PM
Subject:



03-03-2012
ລາວ​ເປັນປະ​ເທດໜຶ່ງທີ່​ກໍາລັງ​ປະ​ເຊີນໜ້າກັບ​ສະພາວະ​ເງິນ​ເຟີ້​ ໃນອັດຕາ​ທີ່​ສູງ ເມື່ອ
​ທຽບກັບປະ​ເທດສະມາຊິກ​ໃນ​ກຸ່ມ​ອາຊຽນດ້ວຍ​ກັນ ​ໂດຍ​ເປັນ​ຮອງ​​ແຕ່ພຽງ​ຫວຽດນາມ ​
ປະ​ເທດ​ດຽວ ​ເທົ່າ​ນັ້ນ.

ການນໍາເຂົ້ານໍ້າມັນຢ່າງຫລວງຫລາຍ ໄດ້ມີສ່ວນເຮັດໃຫ້ ເງິນກີບຂອງລາວ ມີອັດຕາເງິນເຟີ້ ເພີ້ມຂຶ້ນສູງ ໃນປີນີ້.
ເຈົ້າໜ້າທີ່ຂັ້ນສູງ ໃນກະຊວງອຸດສາຫະກໍາ ແລະການຄ້າ ໄດ້ໃຫ້ການຢືນຢັນວ່າ ອັດຕາ
ເງິນເຟີ້ ໂດຍສະເລ່ຍພາຍໃນລາວ ໄດ້ປັບໂຕຂຶ້ນພຽງເລັກນ້ອຍເທົ່ານັ້ນ ໃນໄລຍະ 2
ເດືອນທີ່ຜ່ານມາຂອງປີ 2012 ນີ້ ເຊິ່ງກໍຄ ືອັດຕາເງິນເຟີ້ໂດຍສະເລ່ຍໄດ້ເພີ້ມຂຶ້ນຈາກ
ລະດັບ 6.69% ໃນຊ່ວງເດືອນມັງກອນ ມາເປັນ 6.79% ໃນຊ່ວງເດືອນກຸມພາ ຫລື
ເພີ່ມຂຶ້ນພຽງ 0.1% ເທົ່ານັ້ນ.
ເຈົ້າໜ້າທີ່ຂັ້ນສູງຂອງລາວມີຄວາມເຊື່ອໝັ້ນວ່າ ຈະສາມາດຄວບຄຸມອັດຕາເງິນເຟີ້ໂດຍ ສະເລ່ຍຂອງລາວ ໃຫ້ຢູ່ໃນລະດັບຕໍ່ກວ່າເລກສອງຫຼັກ ຫຼືບໍ່ເຖິງ 10%ໄດ້ຢ່າງແນ່ນອນ ດັ່ງທີ່ເຈົ້າໜ້າທີ່ຂັ້ນສູງຂອງລາວ ທ່ານນຶ່ງໄດ້ໃຫ້ການຊີ້ແຈງວ່າ:
“ຄາດວ່າອັດຕາເງິນເຟີ້ຄົງບໍ່ຂຶ້ນຮອດສອງໂຕເລກໃນທ້າຍປີນີ້ ຕາມທີ່ພວກເຮົາກັງວົນກັນຢູ່ ເພາະວ່າເສດຖະກິດຂອງພວກເຮົານີ້ ດີຂຶ້ນ ແລະມີປັດໃຈພາຍໃນ ທີ່ມາກະຕກຊຸກຍູ້ໃຫ້ ອັດຕາເງິນເຟີ້ນີ້ ຫຼຸດລົງເລື້ອຍໆ, ຕົ້ນຕໍລະແມ່ນພວກເຮົາມີການຊີ້ນໍາຕະຫຼອດເວລາ ຈາກທ່ານນາຍົກ, ທ່ານຮອງນາຍົກລັດຖະມົນຕີ ຜູ້ຊີ້ນໍາວຽກງານເສດຖະກິດ ແລະຄະນະນໍາ ຂອງກະຊວງອຸດສາຫະກໍາ ແລະ ການຄ້າ.”
ແຕ່ຢ່າງໃດກໍຕາມ ADB ກໍໄດ້ເຕືອນວ່າ ເສດຖະກິດຂອງລາວໃນປີ 2012 ຈະຂະຫຍາຍ
ຕົວໃນລະດັບທີ່ຕໍ່າກວ່າປີກາຍນີ້ ເຊິ່ງຄາດໝາຍວ່າຈະມີການຂະຫຍາຍຕົວເພີ່ມຂຶ້ນໃນ
ອັດຕາສະເລ່ຍບໍ່ເກີນ 7.6% ໂດຍມີສາເຫດມາຈາກການນໍາເຂົ້າສິນຄ້າອຸບປະໂພກ-ບໍລິ
ໂພກ ແລະນໍ້າມັນເຊື້ອເພີງທີ່ມີລາຄາເພີ່ມຂຶ້ນຢ່າງຕໍ່ເນື່ອງ, ເຊິ່ງນອກຈາກຈະເຮັດໃຫ້ປະຊາ
ຊົນລາວ ຕ້ອງປະເຊີນກັບບັນຫາຄ່າຄອງຊີບທີ່ສູງຂຶ້ນແລ້ວ ກໍຍັງຈະເຮັດໃຫ້ເກີດບັນຫາໄພ
ເງິນເຟີ້ທີ່ອາດຈະສູງເຖິງ 8.5% ອີກດ້ວຍ.
ຍິ່ງໄປກວ່ານັ້ນ ADB ກໍຍັງໄດ້ເຕືອນອີກດ້ວຍວ່າ ບັນຫາທີ່ໜ້າເປັນຫ່ວງອີກຢ່າງນຶ່ງກໍຄື ຄວາມແຕກໂຕນກັນຂອງລະດັບການພັດທະນາທາງເສດຖະກິດ ແລະລາຍໄດ້ຂອງປະຊາ
ຊົນລາວໃນເຂດຕົວເມືອງກັບເຂດຊົນນະບົດ ເພາະຖ້າຫາກວ່າລັດຖະບານລາວດໍາເນີນການ
ປະຕິບັດແຜນການພັດທະນາເສດຖະກິດ ແລະສັງຄົມໂດຍຂາດການກະຈາຍຜົນປະໂຫຍດ
ໄປສູ່ເຂດຊົນນະບົດນັ້ນ ກໍຍິ່ງເຮັດໃຫ້ເກີດບັນຫາແຕກໂຕນກັນຫຼາຍຂຶ້ນ ໃນດ້ານຊີວິດການ
ເປັນຢູ່ຂອງປະຊາຊົນໃນເຂດຕົວເມືອງກັບເຂດຊົນນະບົດນັ້ນເອງ.
ກ່ອນໜ້ານີ້ ທ່ານ ສົມ​ສະຫວາດ ​ເລັ່ງສະຫວັດ ຮອງ​ນາ​ຍົກ​ລັດຖະມົນຕີ ຜູ້​ປະ​ຈໍາ​ການ​ລັດຖະບານກໍໄດ້ ຖະ​ແຫຼງຢືນຢັນວ່າ ​ເປົ້າໝາຍທີ່​ສໍາຄັນ​ທີ່ສຸດ​ໃນ​ການ​ຫຼຸດພົ້ນຈາກ​ຄວາມທຸກ​ຍາກ​ໃຫ້​ໄດ້​ໂດຍ​ພື້ນຖານ​ ໃນ​ປີ 2015ແລະ​ເຮັດ​ໃຫ້​ລາວ ພົ້ນ​ຈາ​ກສະພາບ​ດ້ອຍ​ພັດທະນາໃຫ້​ໄດ້​ພາຍ​ໃນ​ປີ 2020 ຢ່າງແທ້ຈິງ.
ແຕ່ຢ່າງໃດກໍຕາມ ຄະນະ​ກໍາມາ​ທິການ​ເສດຖະກິດ​ແລະສັງຄົມ​ແຫ່ງ​ອົງການສະຫະ​ປະຊາ
ຊາດ ​​ປະ​ຈໍາພູມ​ມີ​ພາກ​ເອ​ເຊຍ ແລະປາຊີ​ຟິກ (ESCAP)​ ກໍໄດ້​ສະ​ເໜີລາຍງານ​ກ່ອນໜ້າ
ນີ້ວ່າ​ ລາວ​ເປັນປະ​ເທດໜຶ່ງທີ່​ກໍາລັງ​ປະ​ເຊີນໜ້າກັບ​ສະພາວະ​ເງິນ​ເຟີ້​ ໃນອັດຕາ​ທີ່​ສູງ ເມື່ອ
​ທຽບກັບປະ​ເທດສະມາຊິກ​ໃນ​ກຸ່ມ​ອາຊຽນດ້ວຍ​ກັນ ​ໂດຍ​ເປັນ​ຮອງ​​ແຕ່ພຽງ​ຫວຽດນາມ ​
ປະ​ເທດ​ດຽວ ​ເທົ່າ​ນັ້ນ.

__________________
Anonymous

Date:
Permalink Closed

http://www2.ohchr.org/english/bodies/cerd/cerds80.

LAOS
Tuesday 28 February (pm) and Wednesday 29 February (am)

16th & 18th periodic reports

CERD/C/LAO/16-18

E | F | R | S

CERD/C/LAO/Q/16-18

E | F | S

List

Statement

Alliance for Democracy in Laos

Hmong ChaoFa States

Indigenous

Lao Movement for Human Rights

UNPO

CERD/C/LAO/CO/16-18

ມີການດ່າບັກແກວຫ້ນາແຫລ້ແຂວດຳ ບັກຍົງຈັນທະລາສີ ທູດໂຈນ500 ທີ່ ເຊີແນວຢ່າງຕໍ່ເນື່ອງທີ່

http://tiny.cc/serixonlao

ຮູ້ແລ້ວສົ່ງຕໍ່




ໃນການປະຊຸມ ທີ່ເຈນີວາ ຂອງ CERD ທ້າຍເດືອນແລ້ວ ທີມລາວນອກໄດ້ ຜເຊີນ ກັບທີມ ສປປລ ນຳໂດຍ ທ່ານຈເຮີນເຢັຽປາວເຮີ ເບີ່ງເຫັນທ່ານຢົ້ງເບະປາກຫົວຂວັນ ເຈົ້າຫງ່າ ຄືກັບສິເວົ້າວ່າ ພວກທ່ານມາເສັຽເວລາ ເຮັດຫຍັງ ແຕ່ ຜົລສຸດທ້່າຍ ປາກົດວ່າ ທີມຂອງຈເຣີນ ຖືກກຳມະການສຫະປະຊາຊາດລົກຂົນອອກ ເກືອບຫມົດ ບໍ່ສາມາດຕອບຄຳຖາມເຣື້ອງການສໍ້ໂກງຂອງ ສປປລາວ ໄດ້
ຍັງມີການນາບຂູ່ດວ້ຍການ ເຮັດຈະຖ່າຍຮູບໄປຣາຍງານພັຄ ແຕ່ເບີງເຈົ້າຫງ່າບໍ່ຮູ້ສຶກຈະຢ້ານກົວອັນໃດ ນັບວ່າເປັນຄັ້ງທຳອິດ ທີ່ລາວນອກ ກັບແນວລາວ ໄດ້ ພໍ້ກັນຫນ້າຕໍ່ຫນ້າ ໂດຍ ສຫະປະຊາຊາດເປັນກັມມະການ
ຫລັງຈາກນັ້ນ ກັບຮອດວຽງຈັນບໍ່ຣາຍງານອັນໃດກ່ຽວກັບການພໍ້ນີ້ ເພາະຢ້ານເປັນການໂຄສນາໃຫ້ລາວນອກ ຖ້າເບີ່ງວ່າ ຈເຣີນຈະຖືກຍ້າຍໄປໃສ



ຈາກຫນວ່ຍແກະຂ່າວ
Forwarded Message -----
From: blue max
To: "laosnetworkroom@googlegroups.com" ; "laodemocracy@googlegroups.com"
Sent: Tuesday, March 6, 2012 6:14:28 PM
Subject:ບັກຢົ້ງລັກແກວຫ້ນາແຫ້ບແຂ້ວດຳ ຖາມເຈົ້າສີສງ່າ ວ່າເຮັດຫຍັງຢູ່ນີ້
...........................................................................
ສະບາຍດີ ພີ້ນ້ອງລາວ ເພື່ອນຮ່ວມຊາຕ

ພວກລາວແດງຈະຫຼອກລວງຕົວະຕົ້ມ ປະຊາຊົນລາວໄປຮອດໃສ ມັນປະກາດຕໍ່ຊາວໂລກ ໃນປີ2006 ບອກວ່າຈະໄຫ້ລາວພົ້ນຈາກຄວາມຍາກຈົນໃນປີ 2012 ພີ້ນ້ອງໄດ້ເຫັນແລ້ວບໍ່ ຄົນບໍ່ມີວຽກງານທຳ ຖືກຂາຽມາເປັນແມ່ຈ້າງນາງເລງແລະ ມີໂຮງງານພະລີດຢາບ້າ ເບືອເມົາຊາວນຸ່ມ ເຂົາກໍ່ເຫດການບໍ່ດີເກີດຂື້ນ ເພື່ອທຳຣ້າຽຊາຕ ຈະໄຫ້ຄົນໃນຊາຕ ເຊື່ອພວກມັນໃດ້ຢ່າງໃດ, ທຸກໆຄົນຄວນຈະຮູ້ແລ້ວ ມັນຕົວະແຕ່ມື້ເຂົາມາວ່າຈະດີໝົດ ກໍ່ບໍ່ມີຫຍັງຂີ້ແມວເຕັມກະດົ້ງ ປານນັ້ນຄົນລາວເຮົາຍັງລັບຫູລັບຕາ ຍ້ອງຍໍເປັນຢູ່, ມີພາສີດບອກໃວ້ວ່າ ພົບຄົນຊົ່ວພາຕົວໝົ່ນໝອງ ພົບຄົນດີມີສີແກ່ຕົວ

ຈົ່ງຫຼີກໜີຈາກຄວາມຊົ່ວ ໃຫ້ສ້າງແຕ່ຄວາມດີ ກໍ່ຈເຣີນຮຸ້ງເຮືອງ, ຖ້າເຮັດຊົ່ວຕົວະຕົ໊ມຂາຽຊາຕຂາຽແຜ່ນດີນ ພ້ອມພວກໂຈນ ອີກບໍ່ດົນທ່ານທັງຫຼາຽ ກໍ່ພົບຄວາມຫາຽຍະນະ ພາຊາຕຈີບຫາຽ ຄົນໃນຊາຕຄວນຕື່ນຕານອນ ແຈ້ງແສງສຫວ່າງມາເຖີງແລ້ວ ຈົ່ງພາກັນລຸກເຮັດວຽກ ຊ່ອຍບ້ານແປງເມືອງ ໄຫ້ຈາກອຳນາດ ຫລອກລວງຕົວະຕົ້ມ

Quoting SPECOM :

ສ.ບ.ດ ພີ່ນ້ອງລາວ ຮ່ວມສາຍເລືອດເກີດ ທຸກໆທ່ານ.

ຜະເດັດການ ໃນລາວປັຈຈຸບັນນີ້ ພວກເປັນບ້າປ່ວງໃນ ຄໍາຂວັນທີ່ຂື້ນ
ໜ້າຂື້ນຕາ ຄື:
* ເຫັນແລ້ວຢ່າປາກ ຖ້າຢາກໃຫ້ຮິບກິນ *
ຊາວໝຸ່ມບ້າຟ້ອນ
ກອງຫລອນບ້າຍົສ
ຂົນຂວາຍບ້າຈົດ
ພນັກງານບ້າລົດ
ພັກ-ລັດ ບ້າກອບໂກຍຊັພສົມບັດ ບ້ານໍາສາວນ້ອຍ. ພວກຜະເດັດການລາວແດງປັຈຈຸບັນນີ້ ມອບຊັພຍາກອນທຸກສິ່ງຢ່າງໃຫ້ກັບ ແກວ ແລະຊາວ
ຕ່າງດ້າວ ເພື່ອແລກກັບອໍານາດ ແລະຍົສຖາບັນດາສັກປະເທດລາວ
ໃນຍຸຄນີ້ໄດ້ຖືກດັບສູນ ຈົນເປົ່າແປນ ກ້ຽງຍິ່ງກວ່າການເຜົາປານວຽງຈັນ
ໃຫ້ເປັນເຖົ່າຖານເມື່ອຄັ້ງກ່ອນໆນັ້ນອີກ.
ພາຍໃຕ້ການປົກຄອງຂອງພວກຜະເດັດການນີ້ ປະຊາຊົນລາວຜູ່ທີ່ເຄີຍມີມູລເຊື້ອ ອັນພິຣະອາດຫານ
ໄດ້ຖືກຕີຂນາບໃຫ້ເປັນຜູ່ຍອມຈໍານົນອ່ອນແອ ຈະອອກປາກຄໍານຶ່ງ ເພື່ອ
ອໍາຣິຕິຕຽນແກວ ຫລືການນໍາຂອງພັກ-ລັດ ແມ່ນຖືວ່າມີຄວາມຜິດ.
ປະຊາຊົນລາວ ໄດ້ຖືກບັງຄັບສ່ຽມສອນ ໃຫ້ເປັນຄົນຫູເບົາໃຈງ່າຍ ເຊືອ
ແບບງົມງາຍ ຂາດເຫດຜົລຄົນລາວປັຈຈຸບັນນີ້ໄດ້ກາຍເປັນຄົນຫົວໃຈ
ໂກນ ຄືບັ້ງໄມ້ໃຜ່ ລົມພັດໃສ່ໃບຫູອອກປາກບໍ່ມີຄວາມຕັ້ງໃຈ ໃຮ້ຈຸດ
ໝາຍປາຍທາງ ໝົດອາໄລຍຕາຍຢາກ ຂາດຄວາມສມັຄຄີ ປາກບໍ່ໄດ້
ໄອບໍ່ດັງ ເຖິງວ່າຈະມີຄວາມຮູ້ຖ້ວມຫົວ ກໍເອົາຕົວບໍ່ລອດພວກບັນດິດ
ນັກປາຊກາຍເປັນຄົນເຂົ້າຂາດແລງ ແກງຂາດໝໍ້ ລາງຜ່ອງເກີດຂີ້ສໍ້ຂີ້
ກົງ ໃນຄວາມຮັ່ງມີສີໃສ ຄົນລາວໄດ້ກາຍເປັນຄົນ ທີ່ມີຄວາມຄຶດມໍ່ຕື້ນ
ໂສຕາຍ ແລະຊື້ຈ້າງຈອບອອຍໄດ້ງ່າຍຂື້ນ. ຄົນລາວໄດ້ກາຍເປັນຄົນ
ທີ່ບໍ່ມີການເສັຽສລະ ຜູ່ທີ່ເປັນຂ້າທາດກໍບໍ່ຍອມຮັບການປົດປ່ອຍຕົນເອງ
ກາຍເປັນຄົນໜວກບໍ່ຍອມຟັງ ບອດແບບບໍ່ຍອມເບິ່ງ……….

ຮັກແພງ ແລະ ນັບຖືທຸກໆທ່ານ…Laoskham Xienkham


__________________
Anonymous

Date:
Permalink Closed

----- Original Message -----
From: Chanh Bounmy
To: laosnetworkroom@googlegroups.com
Sent: Wednesday, March 07, 2012 1:07 PM
Subject: Re: 161 )​ ຣັຖບານ ໃຫມ່ ຫລື ພັກການເມືອງໃຫມ່ ? New Lao Government is born?


copied from facebook:

Douangjai Mairnaam
Dear all Lao Patriots
Regarding on new web in Lao Nork politics about what the people around the world in recent time are being doubted, I have spent my time to survey and check about one who proclaimed the NEW Government on Website March 4th, 2012,

Now we know everything about RLG the government of some one which supported by LAO LING. The real name of Dr. KONGFA NAGHA-BUREE who s responsible in... the RLG is Maha Khampha SIDAVONG himself and the other name VANG NUMJAI in Paltalk group.

Maha Khampha is the person whom from the past to present has always bee in opposition against the Lao patriot's efforts to fight for liberation of Laos from Communist Lao-Viet Regime. He is the friend of Mr. Hiem Phommachanh the Lao PDR's Ambassador to U.S.A from 1993-1998. Mr. Hiem Phommacahanh now is working in Vientiane for Ministry of Foreign Affairs after he was the LaoPDR Ambassador in Thailand. Dr. Khampha Sidavong had ever backed to Laos when 10 years ago. He may contact with Mr. Hiem Phommacahanh before his proclaim this government RLG in March 4th, 2012.

Now we have seen more that side by side Dr. Khampha is supported by Dr. Souroth Vichitra in St.Petersburg Florida who is the former 21 Ongkarn and the leader of uprising group ( KHANA PA THOUANG ) against Royal Lao Governmet in Mahosoth Hospital Vientiane from 1973-1975. Dr. Soroth is the ownert of Lao Restaurant in St. Petersburg Florida.

Dr. Kongfa is his proclamation of RLG, there is some policy to protest China in Laos, but he has no any words to protest Vietnam in Laos, which it means he is be careful to talk against directly to policy of Lao PDR. Even if he announced RLG policies in his government with 9 points
but all these policies have been in all documents of every Lao Nork groups it is not new idea.

All people will see that Dr. Khampha sent to Mr. Hiem Phommachanh, the Lao PDR's Ambassador to U.S dated November 3rd, 1993 in which Mr.Hiem replied to Dr.Khampha for welcoming him in Connecticut University November 28th 1993 and he promised to make friend and
work together side by side until the long future.
Many persons in Lao Nork groups have seen a good relationship between two persons simultaneously until today.

Before I write these comments, I have contacted with some person who know well with one man very closed to Phraya Sithat Sithibourn in Australia asking him about the B Plan all of us hearing in Laonetwork Forum which from the beginning Phraya
Sithat take responsible himself.

That person told me clearly that Phaya Sithat has appointed Dr.Khampha or Dr. Kongfa as his Special Advisors and when he said when he asked Phraya about proclaiming the RLG of Dr.Kongfa, Phraya Sithat replied the person with reluctant manner, Phraya Sithat said that.. He has been working hard to contact people and he never thought before that there will be any HOT YOUNG MEN will proclaim the RLG in advance without his dateline. (After the 1st June 2012)
Thank all so much


__________________
Anonymous

Date:
Permalink Closed

ຄມນ ຕາຍໄປເມື່ອໃດ
ອານາຈັກລ້ານຊ້າງຕ້ອງຫວນຄືນມາໄຫ່ມ

http://www.youtube.com/watch?v=_yf7C_0O88A&feature=related


__________________
«First  <  1 2 3 | Page of 3  sorted by
Quick Reply

Please log in to post quick replies.



Create your own FREE Forum
Report Abuse
Powered by ActiveBoard